บทที่ 7 คนที่กลับมา

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนแปดโมง

นวลละออเงยหน้าจากแฟ้ม เห็นหมอธีรินยืนอยู่พร้อมเสื้อกาวน์พาดแขน

“กลับมาแล้ว มีอะไรให้ช่วยบ้าง”

เธอมองกองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนยิ้มอย่างโล่งใจ

“เลือกได้เลยค่ะ แต่ห้ามเปลี่ยนใจกลับนะ”

ธีรินลากเก้าอี้มานั่ง

“งั้นเริ่มจากแฟ้มที่ทำให้พี่ต้องมาแต่เช้า”

เธอเลื่อนแฟ้มวีระชัยให้ อธิบายตั้งแต่ร่างที่ไม่มีนิ้วหัวแม่มือซ้าย ประวัติการรักษาสองชุด หญิงที่ถูกสั่งให้แอบอ้างเป็นภรรยา จนถึงผู้ติดต่อฉุกเฉินที่เพิ่งยอมให้ตำรวจพบ

ธีรินฟังจนจบ แล้วพลิกกลับไปยังภาพมือของผู้ตาย

“ผลที่ยืนยันตัวร่างมีอะไรแล้วบ้างคะ”

นวลละออหยุด ก่อนดึงรายการตรวจออกมา

“ส่วนไหนยังไม่ครบ ฉันแยกไว้ตรงนี้ค่ะ”

“ดี เราต้องระวังไม่ให้ชื่อบนแฟ้มพาเราเชื่อว่ารู้แล้วว่าคนบนโต๊ะเป็นใคร”

เธอพยักหน้า

ที่ผ่านมาเธอเตือนทุกคนเรื่องนี้ แต่เมื่อได้ยินอีกเสียงช่วยย้ำ ความหนักที่แบกอยู่ก็เบาลงนิดหนึ่ง

นนท์เข้ามาพร้อมภาพจากกล้องโรงพยาบาล เขาหยุดเมื่อเห็นธีริน ก่อนทักทายและวางซองบนโต๊ะ

“ผมทำลำดับภาพไว้ครับ ตรงนี้เห็นนิ้วหัวแม่มือซ้าย แต่ยังใช้ใบหน้ายืนยันไม่ได้”

ธีรินดูภาพต่อเนื่องแทนการดูเพียงภาพหยุด

“ควรให้ผู้ตรวจภาพยืนยันด้วยว่าเป็นมือของคนเดียวกัน ไม่มีคนอื่นบังหรือซ้อนในจังหวะนั้น”

“ผมส่งข้อสังเกตไปให้ทีมแล้วครับ”

นวลละออเลื่อนแก้วกาแฟของตัวเองหลบให้เขาวางภาพได้สะดวก

“นนท์ช่วยฉันไล่เอกสารมาหลายวันแล้วค่ะ”

เขาก้มจัดซอง ทั้งที่มันเรียบร้อยอยู่แล้ว

ธีรินมองกองงาน ก่อนแบ่งสำเนาออกเป็นสองชุด

“วันนี้แบ่งกันตรวจ พี่นวลจะได้ไม่ต้องอ่านทุกหน้าอยู่คนเดียว”

เมย์ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามายิ้มทันที

“ดีเลยค่ะ หนูจะได้ไม่ต้องคอยหลอกให้หมอพักกินข้าว”

“ฉันได้ยินนะคะ”

“ตั้งใจให้ได้ยินค่ะ”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ทำให้ห้องทำงานคลายความเงียบที่ติดอยู่มาหลายวัน

ภูเมืองมาถึงตอน 9 โมง

หญิงผู้ติดต่อฉุกเฉินขอพบตำรวจในสถานที่ที่พี่ชายวีระชัยไม่รู้จัก

ทีมจึงนัดในห้องรับรองของหน่วยงานอีกแห่ง และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลทางเข้าออก

“ผมยังไม่แจ้งพี่ชายเรื่องเธอครับ ต้องตรวจคำให้การแยกกันก่อน”

ธีรินปิดแฟ้ม

“ถ้าได้ภาพหรือประวัติการรักษาจากเธอ ขอให้เก็บที่มาไว้ครบด้วย เราจะได้รู้ว่าอะไรเป็นข้อมูลร่วมสมัย อะไรเป็นคำบอกเล่าภายหลัง”

ภูเมืองรับรายการคำถามจากนวลละออ

มือเธอหยุดตรงขอบกระดาษ

“เรื่องเมื่อวาน ฉันยังอยากฟังต่อนะคะ แต่ขอให้ผ่านงานช่วงนี้ก่อน”

เขามองเธอ

“ได้ครับ ผมจะรอ”

นนท์ก้มเก็บภาพ ไม่แน่ใจว่าควรดีใจที่เธอดูสบายขึ้น หรือกลัวว่าความสบายใจนั้นจะพาเธอกลับไปหาอีกคน

เมย์เห็นเขาเงียบ จึงยื่นซองเปล่าให้

“ช่วยหนูแยกภาพหน่อยค่ะ เดี๋ยวสลับกัน”

งานเล็กน้อยทำให้เขามีที่วางมือ

หญิงที่มาตามนัดสวมเสื้อสีเข้ม ไม่มีเครื่องประดับ เธอมาถึงก่อนเวลาและขอเปลี่ยนเก้าอี้เพื่อให้มองเห็นประตู

ภูเมืองแสดงตัว อธิบายการบันทึกคำให้การ ก่อนขอตรวจหลักฐานยืนยันบุคคล

เธอวางเอกสารลง แต่ยังไม่ปล่อยมือจากซอง

“พี่เขาไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันมา”

“ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งครับ ทำไมคุณถึงกลัวเขา”

“เขาเคยบอกฉันว่า ถ้าอยากให้เรื่องเงียบ ก็อย่ากลับมาใช้ชีวิตเดิม”

ภูเมืองจดคำพูดตามที่ได้ยิน

“เรื่องอะไรครับ”

เธอมองเครื่องบันทึกเสียงอยู่พักหนึ่ง

“เรื่องที่ทุกคนคิดว่าฉันตาย”

“คุณรู้ว่าเขาบอกตำรวจแบบนั้น?”

“เขาพูดแบบนั้นมา 5 ปีแล้ว”

ภูเมืองไม่รีบถามต่อ รอจนเธอคลายมือจากซองเอง

ข้างในมีภาพถ่ายเก่า สำเนาเอกสาร และกระดาษที่พับจนขอบเปื่อย

“ฉันยังไม่เล่าทั้งหมด จนกว่าจะรู้ว่าเขาพบใคร”

“หมายถึงวีระชัยหรือครับ”

เธอพยักหน้า

ภูเมืองนำภาพผู้ตายที่เตรียมไว้ให้ดูตามขั้นตอน

หญิงคนนั้นยกมือปิดปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อ ก่อนถามเสียงเบา

“ขอดูมือได้ไหม”

เกือบเที่ยง ภูเมืองโทรกลับโรงพยาบาล นวลละออเปิดลำโพงโดยแจ้งให้เขารู้ว่าธีรินกับนนท์อยู่ด้วย

“เธอยังไม่ยืนยันตัวบุคคลครับ แต่ให้ภาพนี้มา”

ไฟล์ภาพเข้ามาตามหลัง

เป็นชายสองคนยืนข้างรถบรรทุกเก่า คนหนึ่งหันหน้าตรง อีกคนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าคล้ายกันมากพอให้ทุกคนเงียบ

นวลละออขยับเข้าใกล้จอ นนท์เปิดภาพโดยไม่ปรับแต่ง

“เธอบอกว่าใครเป็นใครคะ”

“คนที่หันตรงคือคนที่เธอรู้จักในชื่อวีระชัย ส่วนอีกคน เธอบอกให้เราตามหาเองจากเอกสารที่นำมา”

ธีรินมองภาพมือของชายทั้งสอง

“อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นฝาแฝดจากความคล้าย ขอภาพต้นฉบับกับข้อมูลวันถ่ายก่อน”

“ครับ ผมกำลังเก็บไว้”

นวลละอออ่านประโยคสั้น ๆ ที่เขียนอยู่ด้านหลังภาพซึ่งภูเมืองส่งตามมา

วันที่เขาสองคนตกลงกัน

เธอเงยหน้ามองธีริน ก่อนถามลงไปในโทรศัพท์

“ตกลงเรื่องอะไรคะ”

ปลายสายมีเสียงกระดาษขยับ

“ผมถามแล้วครับ”

ภูเมืองหยุดนิดหนึ่ง

“เธอบอกว่า วันนั้นคนหนึ่งยอมให้ยืมชื่อ แต่อีกคนไม่เคยเอามาคืน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป